Checklist อาการเสี่ยงของโรคออฟฟิตซินโดรม !! Checklist อาการเสี่ยงของโรคออฟฟิตซินโดรม !!

Checklist อาการเสี่ยงของโรคออฟฟิตซินโดรม !!

หากมีอาการปวดกล้ามเนื้อ บริเวณคอ หลัง บ่า ไหล่ แขน มีอาการปวดข้อมือ หรือข้อมือยึดเกร็ง นี่แหละอาจเป็นสัญญานเตือนของโรคออฟฟิตซินโดรม โดยถ้าหากใครที่เป็นโรคออฟฟิตซินโดรมแล้ว และไม่ได้รับการรักษา ก็อาจทำให้มีอาการที่ทรุดหนักลงได้ นอกจากนี้อาการเหล่านี้ยังสามารถพัฒนา ให้กลายเป็นอาการปวดแบบเรื้อรังได้ด้วย ซึ่งก็จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเราอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว วันนี้เราจึงมีบทความ Checklist อาการเสี่ยงของโรคออฟฟิตซินโดรม มาให้ไก้ตรวจเช็คอาการปวดของเราว่า เข้าข่ายเป็นโรคออฟฟิตซินโดรมหรือยัง ไปดูกันเลย

โรคออฟฟิตซินโดรม คือ

กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ และเยื่อพังผืด เนื่องจากรูปแบบการทำงานที่ใช้กล้ามเนื้อมัดเดิมเป็นระยะเวลานานซ้ำๆอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดกล้ามเนื้ออักเสบ และปวดเมื่อยอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณ คอ หลัง ไหล่ บ่า แขน และข้อมือ ซึ่งอาการปวดดังกล่าว อาจลุกลามจนกลายเป็นอาการปวดแบบเรื้อรัง


สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการของโรคออฟฟิตซินโดรม

โรคยอดฮิตคนทำงานออฟฟิศ เพราะมักพบได้บ่อยในคนทำงานออฟฟิศ เนื่องจากพฤติกรรมของคนทำงานออฟฟิตส่วนใหญ่ ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน โดยไม่ได้ขยับตัว หรือเปลี่ยนอิริยาบถ ทำให้กล้ามเนื้อนั้นเกิดอาการตึง และทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบได้ จึงเป็นสาเหตุหลักและปัจจัยสำคัญให้เกิดอาการออฟฟิตซินโดรม ดังนี้

  • ท่าทางการนั่งทำงาน เช่น ลักษณะท่านั่งทำงาน การวางมือ ศอก บนโต๊ะทำงานที่ไม่ถูกต้อง
  • การบาดเจ็บจากการทำงานแบบซ้ำ ๆ หรือ ระยะเวลาการทำงานที่มากจนเกินไป ทำให้ร่างกายเกิดอาการล้า เช่น การใช้ข้อมือในการใช้เมาส์ซ้ำๆ อาจทำให้เกิดอาการอักเสบของเอ็นที่บริเวณข้อมือ หรือเกิดพังผืดที่เส้นประสาทบริเวณข้อมือได้
  • สิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมในการทำงาน เช่น ลักษณะโต๊ะทำงาน แสงสว่างในห้องทำงาน หน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
Checklist อาการเสี่ยงของโรคออฟฟิตซิตโดรม

Checklist อาการเสี่ยงของโรคออฟฟิตซิตโดรม

ถ้าหากคุณมีอาการปวดศรีษะอยู่บ่อยๆ หรือปวดเมื่อยตามบริเวณคอ บ่า ไหล่ หลัง นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคออฟฟิตซินโดรม ดังนั้นเรามาChecklist กันว่าคุณมีอาการที่เหมือนกับสัญญาณเตือนต่างๆเหล่านี้หรือไม่ ไปดูกัน


  1. มีอาการปวดหัวแบบเรื้อรัง
    มีอาการปวดหัวเรื้อรัง หรือบางทีอาจมีอาการปวดหัวไมเกรนร่วมด้วย ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากความเครียดในการทำงาน หรือ การใช้สายตาในการทำงานเป็นระยะเวลานาน อย่างเช่น การอ่านเอกสาร การใช้สายตาจ้องหน้าจอคอมเป็นเวลานาน บริเวณโต๊ะทำงานแสงไม่เพียงพอ หรือแม้กระทั่งสิ่งแวดล้อมที่วุ่นวายก็อาจทำให้คุณเกิดความเครียดสะสมได้โดยไม่รู้ตัว
  2. มีอาการปวดตึง คอ บ่า ไหล่ แบบเรื้อรัง
    สาเหตุของอาการมาจากการที่เรานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ นานกว่า 8 ชั่วโมง หรือนั่งอยู่กับกองเอกสารทั้งวัน ทำให้มีอาการปวดตึงต้นคอ ปวดบ่า ปวดไหล่อยู่บ่อยๆ หรือ บางทีปวดจนหันคอลำบากจะก้มจะเงยก็ปวด นั่นแหละคืออาการของออฟฟิตซินโดรม
  3. มีอาการปวดหลัง
    สาเหตุของอาการเกิดจาก การที่เรานั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานๆทั้งวัน หรือ งานที่ต้องยืนนานๆ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ใส่ส้นสูงนั้น จะทำให้มีอาการการปวดหลังนั่นเอง
  4. มีอาการปวดแขน มือชา นิ้วล็อค
    สาเหตุของอาการเกิดจาก การอักเสบของปลอกหุ้มเอ็นข้อมือ และเส้นเอ็นนิ้วมือ ที่มาจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน อย่างการจับเมาส์ หรือพิมพ์เอกสารในท่าเดิมๆเป็นเวลานานๆ จนทำให้กล้ามเนื้อกดทับเส้นประสาท เกิดเป็นพังผืดยึดจับบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดอาการปวดปลายประสาท ข้อมือล็อค หรือนิ้วล๊อคได้
  5. มีอาการปวด ตึงที่ขา หรือเหน็บชา
    ลองสังเกตว่าคุณเป็นเหน็บชาบ่อยแค่ไหน หรือบางทีขาก็ไม่มีแรง อาการเหล่านี้เกิดจาก การนั่งทำงานนานๆทำให้เส้นเลือดดำถูกกดทับ ส่งผลทำให้เลือดไหลเวียนผิดปกติ เกิดเป็นอาการเหน็บชา หากมีอาการแต่ไม่รีบรักษา ปล่อยไว้นานอาจเกิดอาการชาลามไปถึงเท้า ทำให้ขาไร้เรี่ยวแรง อาจทำให้การเดินถึงขั้นทรุดจนเดินไม่ได้เลยก็เป็นได้


การรักษาโรคออฟฟิตซินโดรม

สำหรับการรักษานั้น มีด้วยกันหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การรักษาด้วยยา การปรับสภาพแวดล้อมในการทำงาน การทำกายภาพบำบัด การออกกำลังกายเพื่อรักษาอาการปวด หรือจะเป็นการรักษาด้วยวิธีทางเลือก อย่างเช่น การฝังเข็ม การนวดแผนไทย เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่มีอาการออฟฟิตซินโดรม ควรมาพบแพทย์เพื่อปรึกษาและตรวจวินิจฉัย หาสาเหตุของอาการ ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร มีภาวะแทรกซ้อนอื่นหรือไม่ เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับอาการของคนไข้

วิธีการป้องกันโรคออฟฟิตซินโดรม
วิธีการป้องกันโรคออฟฟิตซินโดรม

แม้ว่าอาการออฟฟิตซินโดรม จะเกิดขึ้นบ่อยกับคนวัยทำงานในยุคปัจจุบัน จากลักษณะของงานที่ต้องทำในทุกๆวัน แต่อาการก็สามารถป้องกันได้ ดังต่อไปนี้

  1. ออกกำลังกาย หรือ มีการยืดกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ เช่น ยืดกล้ามเนื้อระหว่างทำงาน ด้วยการเล่นโยคะ เป็นต้น
  2. ปรับสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสม โดยเฉพาะพื้นที่ทำงานของตัวคุณเอง ควรตั้งจอคอมแนวตรงกับหน้า ให้อยู่เหนือกว่าระดับสายตาเล็กน้อย และควรตั้งห่างเท่ากับความยาวของแขน ปรับเก้าอี้ให้เท้าสามารถวางบนพื้นได้พอดี แป้นพิมพ์ให้วางทำมุม 90 องศากับระดับข้อศอก
  3. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน เช่น คอยยืดเหยียดกล้ามเนื้อในระหว่างทำงาน คอยเปลี่ยนอริยาบถ เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย
  4. หากต้องนั่งทำงานที่หน้าจอคอมเป็นเวลานาน ๆ ควรมีการพักสายตา อย่างน้อยทุก ๆ 10 นาที
  5. เข้ารับการทำกายภาพบำบัด นวด หรือฝังเข็ม เพื่อลดความเสี่ยงของอาการ


สำหรับคนทำงานออฟฟิศหากไม่อยากมีอาการของโรคออฟฟิตซินโดรมแล้วล่ะก็ ควรนั่งทำงานในท่าที่ถูกต้องถือเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงควรปรับเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลายจากการหดเกร็งเป็นเวลานาน แต่สำหรับใครที่พบว่าตนเองหรือคนใกล้ตัวนั้น มีอาการของโรคออฟฟิตซินโดรม

สามารถจองคิวนัดปรึกษาอาการได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/behealthclinic.ayutthaya

หรือเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ : https://www.behealthphysical.com