สิ่งที่ควรรู้ไว้ก่อนอาการเอ็นอักเสบเรื้อรัง ! สิ่งที่ควรรู้ไว้ก่อนอาการเอ็นอักเสบเรื้อรัง !

สิ่งที่ควรรู้ไว้ก่อนอาการเอ็นอักเสบเรื้อรัง !

อาการเอ็นอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย เราควรมีความรู้เบื้องต้นของอาการเอ็นอักเสบเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือเกิดจากพฤติกรรมที่เราอาจไม่ทันระวังตัว และวิธีรักษาเบื้องต้นก่อนมีอาการเรื้อรัง โดยเฉพาะกับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย หรือการเล่นกีฬาที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวบริเวณเดิมบ่อย ๆ รวมถึงผู้ที่ทำงานหนัก ทำให้เกิดอาการปวด กดเจ็บบริเวณเส้นเอ็น โดยอาการเหล่านี้สามารถพักและดูแลรักษาอาการบาดเจ็บได้ด้วยตัวเอง หรือเข้ารับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

เอ็นอักเสบคืออะไร?

เอ็นอักเสบคืออะไร?

คือการอักเสบของเส้นเอ็น ทำให้รู้สึกตึง ปวด บวม กดเจ็บของเอ็นกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นแถบเนื้อเยื่อพังผืดที่ยืดหยุ่นได้ตามแนวกระดูก คอยเชื่อมต่อระหว่างกล้ามเนื้อและกระดูกไว้ด้วยกัน ช่วยในการเคลื่อนไหวของกระดูกและข้อต่อ เอ็นอักเสบมักเกิดจากการได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งซ้ำ ๆ จนทำให้มีอาการปวดหรือกดเจ็บบริเวณรอบ ๆ ข้อต่อ



ตรวจเช็คอาการเอ็นอักเสบเบื้องต้น

เป็นอาการที่เกิดขึ้นบ่อยบริเวณกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอย่าง เอ็นหัวไหล่ เอ็นข้อศอก เอ็นข้อมือ เอ็นหัวเข่า และเอ็นร้อยหวายบริเวณข้อเท้า ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณดังกล่าวเคลื่อนไหวได้ลำบาก และมีอาการดังนี้

  1. อาการเอ็นอักเสบไม่รุนแรง
    มีอาการปวด บวมบริเวณที่เกิดการบาดเจ็บ และมีอาการแดง ฟกช้ำร่วมด้วยแต่จะไม่เกิดอาการบวมในข้อต่อ บ่อยครั้งจะเกิดอาการมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวในบริเวณที่บาดเจ็บ
  2. อาการเอ็นอักเสบรุนแรง หรือมีอาการอักเสบต่อเนื่อง
    มีอาการปวด บวมมาก ๆ ฟกช้ำ จ้ำเลือด มีก้อนบวมนูนตามเอ็นกล้ามเนื้อนั้น ๆ ขยับข้อต่อได้น้อยลง รู้สึกอ่อนแรง ไม่สามารถลงน้ำหนักได้ บางครั้งรู้สึกเจ็บมากเมื่อเกิดการเคลื่อนไหว เนื่องจากมีเอ็นอักเสบจนฉีกขาด


เอ็นอักเสบเกิดจากอะไร เกิดกับใครได้บ้าง?

เกิดขึ้นเมื่อได้รับบาดเจ็บอย่างฉับพลันจากแรงกระทบภายนอก หรือบาดเจ็บจากการหดตัวของกล้ามเนื้อจากการเคลื่อนไหวเอ็นกล้ามเนื้อบริเวณหนึ่งซ้ำ ๆ เป็นเวลานานทำให้เอ็นบริเวณที่ถูกใช้งานตึงขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงผู้ที่อยู่ในภาวะต่อไปนี้อาจเสี่ยงต่อการเกิดเอ็นกล้ามเนื้ออักเสบได้มากกว่าปกติ

  1. โอกาสในการเกิดอาการเอ็นอักเสบมากขึ้นตามอายุเพิ่มขึ้น เนื่องจากความยืดหยุ่นของเอ็นกล้ามลดลง
  2. ผู้ที่ทำงานหนักมีการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อบางส่วนของร่างกายบ่อย ๆ ยกของหนัก หยิบของจากที่สูง ต้องออกแรงเหวี่ยงหรือแกว่ง รวมถึงเคลื่อนไหวผิดท่าหรือเปลี่ยนท่ากะทันหัน
  3. การออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาบางชนิดที่เอ็นกล้ามเนื้อต้องทำงานซ้ำ ๆ อย่าง ฟุตบอล บาสเก็ตบอล กอล์ฟ โบว์ลิ่ง วิ่ง ว่ายน้ำ และ เทนนิส
เอ็นอักเสบเกิดจากอะไร เกิดกับใครได้บ้าง?
4 วิธีการรักษาอาการเอ็นอักเสบ

หากมีอาการเอ็นอักเสบที่ไม่รุนแรง แพทย์จะแนะนำให้หยุดพักกิจกรรมที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวของเอ็นบริเวณที่อักเสบ และดูแลรักษาตัวเองเบื้องต้น เพราะโดยปกติอาการของเอ็นอักเสบมักดีขึ้นเองภายใน 2-3 วัน และถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นหรือมีอาการอักเสบรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ควรเข้ารับการตรวจรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งวิธีการรักษาอาการเอ็นอักเสบมีดังนี้

วิธีที่ 1 หยุดพักกิจกรรมและรักษาด้วยตัวเอง

  1. ประคบเย็นบริเวณที่บาดเจ็บทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง ครั้งละ 20 นาที
  2. ใช้ผ้าพันแผล เพื่อรองรับข้อต่อและเอ็นกล้ามเนื้อบริเวณที่บาดเจ็บ
  3. ยกบริเวณที่มีอาการบาดเจ็บให้อยู่ในระดับสูง
  4. ถ้าไม่มีอาการเจ็บแล้วควรออกการเคลื่อนไหวบ่อย ๆ ป้องกันการฝืดติดของเอ็นที่เกิดขึ้นจากการไม่ได้เคลื่อนไหวนาน ๆ
  5. หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น น้ำอุ่นหรือถุงน้ำร้อน
  6. หลีกเลี่ยงการนวดบริเวณที่บาดเจ็บ เพราะจะทำให้เกิดอาการอักเสบเพิ่มขึ้น

วิธีที่ 2 การรักษาด้วยยา

  1. ทานยาบรรเทาอาการปวด ช่วยลดอาการเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากการอักเสบของเอ็นกล้ามเนื้อ เช่น แอสไพริน (Aspirin) นาพรอกเซน (Naproxen) ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)
  2. เข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยการฉีดสเตียรอยด์ชนิดคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) รอบ ๆ บริเวณที่มีอาการอักเสบ เพื่อลดการอักเสบและบรรเทาอาการเจ็บปวด

ทั้งนี้แพทย์ไม่แนะนำให้ใช้คอร์ติโคสเตียรอยด์ในกรณีที่เอ็นอักเสบรุนแรงหรืออักเสบต่อเนื่องนานกว่า 3 เดือน เนื่องจากการฉีดยาชนิดนี้ซ้ำ ๆ อาจส่งผลให้เอ็นกล้ามเนื้ออ่อนแอลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการฉีกขาดของเอ็นกล้ามเนื้อ



วิธีที่ 3 การทำกายภาพบำบัด

สามารถเข้ารับการทำกายภาพบำบัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ ซึ่งเป็นวิธีการรักษาโดยใช้การออกกำลังกาย เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของเอ็นกล้ามเนื้อที่อักเสบ รวมถึงกล้ามเนื้อบริเวณรอบ ๆ เช่น การเพิ่มความต้านทานของกล้ามเนื้อที่เน้นการเกร็งตัวในขณะที่มีการยืดตัว



วิธีที่ 4 การผ่าตัดเพื่อซ่อมแซมเส้นเอ็น

กรณีที่มีอาการเอ็นอักเสบรุนแรง หรืออักเสบต่อเนื่อง ทำให้เกิดการฉีกขาดของเอ็นกล้ามเนื้อ อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด โดยเฉพาะผู้ที่เอ็นกล้ามเนื้อฉีกขาดออกจากกระดูก ด้วยการผ่าตัดเย็บซ่อมเส้นเอ็นที่ฉีกขาด หรือสร้างเอ็นใหม่ โดยนำเส้นเอ็นจากบริเวณอื่นมาทดแทน


ทั้งนี้ก่อนออกกำลังกายและเล่นกีฬาทุกชนิดควรเตรียมความพร้อมของร่างกายอย่างน้อย 5-15 นาที ไม่ควรใช้กล้ามเนื้อท่าเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลานานหรือหนักเกินไป และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดอาการเอ็นอักเสบ อย่าปล่อยให้อาการเอ็นอักเสบกระทบการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ

สามารถจองคิวนัดปรึกษาอาการได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/behealthclinic.ayutthaya

หรือเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ : https://www.behealthphysical.com