เช็คด่วน!! คุณกำลังมีอาการ..สลักเพชรจมหรือไม่ เช็คด่วน!! คุณกำลังมีอาการ..สลักเพชรจมหรือไม่

เช็คด่วน!! คุณกำลังมีอาการ..สลักเพชรจมหรือไม่

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีอาการปวดบริเวณแก้มก้น ปวดลึกๆ ปวดร้าวลงมาที่ขา มีอาการชาบริเวณขาจนถึงเท้าแบบเป็นๆ หายๆ อยู่ล่ะก็ นี่อาจเป็นสัญญาณบอกเหตุว่าคุณอาจเป็นอาการสลักเพชรจมอยู่ก็เป็นได้ วันนี้เราเลยมีบทความเช็คอาการ … สลักเพชรจมมาฝากกันค่ะ สำหรับใครที่กำลังลังเลว่าตนเองเป็นอาการสลักเพชรจมอยู่หรือไม่ก็ลองเช็คอาการกันดูได้เลย

สลักเพชรจม คือ ?

ภาวะกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท คือ การที่กล้ามเนื้อบริเวณสะโพกเกิดภาวะตึง หด เกร็ง ไปกดทับเส้นประสาทบริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอว ที่เชื่อมต่อไปยังต้นขาจนถึงปลายนิ้ว สาเหตุส่วนใหญ่นั้นมักเกิดจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน หรือนั่งขับรถเป็นเวลานานนั่นเอง โดยกล้ามเนื้อสะโพกนั้นเป็นกล้ามเนื้อเล็ก ๆ อยู่บริเวณก้นใกล้กับสะโพก จะมีหน้าที่ช่วยให้ต้นขาเคลื่อนไหวไปยังทิศทางต่างๆ และจะมีเส้นประสาททอดผ่านอยู่ด้านล่างมากกว่าร้อยละ80 จึงมีความเสี่ยงสูงมากที่เส้นประสาทจะถูกกล้ามเนื้อสะโพกกดทับ จนเกิดภาวะกล้ ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาทนั่นเอง

อาการของสลักเพชรจม

อาการของสลักเพชรจม

หากใครที่สงสัยว่าตัวเองนั้นเป็นสลักเพชรจมหรือไม่ สามารถตรวจสอบสัญญาณของอาการได้ ดังนี้

  1. มีอาการปวดลึก ๆ ที่แก้มก้น สะโพก ร้าวลงมาที่ขา ในบางรายอาจปวดลามมาถึงข้อเท้า หรืออาจมีอาการขาชา เท้าชาร่วมด้วย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความหนักเบาของอาการตึงนั่นเอง
  2. โดยส่วนใหญ่จะปวดแค่ข้างเดียว รวมถึงมีอาการปวดหลังช่วงล่าง
  3. เวลานั่งหรือยืนทุกครั้ง จะมีอาการปวดและปวดนานประมาณ 10-15 นาที แต่ถ้ามีการขยับตัวความรู้สึกปวดจะน้อยลง
  4. เวลานอนสามารถยกขาได้ปกติ แต่หากลองยกเข่าเฉียงมาที่หัวไหล่ฝั่งตรงข้ามจะรู้สึกเจ็บ และมีอาการเสียวแปร๊บขึ้นมา
  5. อาการปวดนี้มักจะเป็น ๆ หาย ๆแต่ก็ไม่หายขาด
ซึ่งอาการของสลักเพชรจมนั้นจะต่างจากอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทตรงที่ จะไม่ปวดตลอดเวลาหรืออาจจะไม่มีอาการปวดหลังร่วมด้วย

สลักเพชรจม..ใครบ้างที่มีความเสี่ยง?

  • ผู้ที่ต้องนั่งทำงานท่าเดิมๆเป็นเวลานาน อาทิเช่น พนักงานออฟฟิศ พนักงานขับรถ รวมถึงคุณแม่หลังคลอดที่ต้องนั่งให้นมบุตรเป็นเวลานาน เป็นต้น
  • ผู้ที่มีการเคลื่อนไหวสะโพกมากจนเกินไป อาทิเช่นนักวิ่ง หรือการออกกำลังกายหนักๆในบางท่าที่ใช้สะโพกเยอะ
  • ผู้ที่มีการเดินที่ไม่สมดุล หรือเดินเท้าไม่สมมาตรมีลงน้ำหนักที่เท้าไม่เท่ากัน อาทิเช่น ผู้ป่วยอาการข้อเข่าเสื่อม ผู้ที่เดินขาบิด หรือผู้ที่เคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณช่วงขาลงไป
  • ผู้ที่ต้องทำงานด้วยการยกของหนักบ่อยๆ
  • ผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย จนทำให้กล้ามเนื้อมีความตึงมากกว่าปกติ
  • ผู้ที่มีครรภ์
การรักษาสลักเพชรจม
  1. ปรับพฤติกรรม

    ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองเริ่มจากการจัดท่าทางในการนั่งทำงานให้ถูกต้อง อาทิเช่น ควรนั่งหลังตรงชิดพนักพิงของเก้าอี้ โดยให้สะโพกกับข้อเข่า งอประมาณ 90 องศา และฝ่าเท้าแตะแนบพื้นพอดี ส่วนระดับความสูงของโต๊ะกับเก้าอี้นั้นต้องความสมดุลกัน รวมถึงความสูงของจอคอมพิวเตอร์จะต้องอยู่ในระดับสายตา เพื่อป้องกันการแหงน และการก้มคอที่มากจนเกินไป และควรเปลี่ยนอิริยาบถในทุกๆ 1-2 ชั่วโมง ควรลุกจากโต๊ะทำงาน เพื่อให้ร่างกายได้เปลี่ยนอิริยาบถ ไม่ควรอยู่ในท่าเดิมๆเป็นเวลานาน รวมถึงหลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้าง เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อมีการหดเกร็งตัว และมีการบิดของหลัง ส่งผลให้ปวดสะโพกและปวดหลังได้ แต่หากใครชอบนั่งไขว่ห้างก็ควรนั่งสลับกันทั้งซ้ายและขวาเพื่อเปลี่ยนท่านั่งด้วยเช่นกัน

  2. การให้ยารับประทาน

    โดยการให้ยาแก้ปวด หรือยาคลายกล้ามเนื้อ ร่วมกันกับการให้ผู้ป่วยยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อให้กล้ามเนื้อในบริเวณสะโพกนั้นเกิดการคลายตัว

  3. การทำกายภาพบำบัด

    ด้วยการประคบอุ่น การใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว รวมถึงการนวดคลายกล้ามเนื้อ และการใช้คลื่นกระแทก หรือการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดให้ทุเลาลง หรือการฝังเข็มเพื่อคลายกล้ามเนื้อ เป็นต้น

  4. การให้ยาฉีด และการผ่าตัด

    หากผู้ป่วยได้รักษาด้วยวิธีการที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์ก็จะพิจารณาให้ผู้ป่วยยาฉีดเพื่อคลายกล้ามเนื้อ แต่หากยังไม่ได้ผลอีก แพทย์ก็จะแนะนำให้ผู้ป่วยรักษาด้วยการผ่าตัดคลายกล้ามเนื้อบริเวณนั้น

การป้องกันสลักเพชรจม

เนื่องจากอาการสลักเพชรจมถือเป็นหนึ่งในอาการออฟฟิศซินโดรม การป้องกันในเบื้องต้นคือการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันนั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หากผู้ป่วยสามารถจัดท่าทางในการทำงานให้ถูกต้องตามหลัก ergonomic ได้ รวมถึงการทำสควอชเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพก โดยการนอนหงายแล้วยกก้นขึ้นค้างไว้ ทำแบบนี้ทุกวัน วันละ 5-10 นาที ก็จะสามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อสะโพกให้ทนต่อความอ่อนล้า และทนต่อการบาดเจ็บได้ดีขึ้น เพียงเท่านี้ก็จะช่วยป้องกันให้ห่างจากการเป็นอาการสลักเพชรจมได้ค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะกับบทความเช็คอาการ..สลักเพชรจม ที่เรานำมาฝากกัน ยังไงใครที่มีอาการปวดแก้มก้ม ปวดลึก ปวดร้าวลงมาที่ขา ก็ลองเช็คอาการกันดูนะคะว่า อาการของเราเข้าข่ายการเป็นอาการสลักเพชรจมหรือไม่ หากไปแน่ใจก็สามารถไปปรึกษากับทางแพทย์หรือคลินิกที่มีผู้เชี่ยวชาญอย่าง BE_Health คลินิกกายภาพบำบัดได้นะคะ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00- 20.00 น.

สามารถจองคิวนัดปรึกษาอาการได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/behealthclinic.ayutthaya

หรือเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ : https://www.behealthphysical.com