การปรับท่าทาง..ห่างไกลโรคหมอนรองกระดูดทับเส้นประสาท การปรับท่าทาง..ห่างไกลโรคหมอนรองกระดูดทับเส้นประสาท

การปรับท่าทาง..ห่างไกลโรคหมอนรองกระดูดทับเส้นประสาท

สำหรับการใช้ชีวิตประจำวันในทุกๆวัน คงหนีไม่พ้นอิริยาบถ การยืน เดิน นั่ง และนอน ซึ่งท่าทางต่างๆเหล่านี้ ก็ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างร่างกายเป็นอย่างมาก หากเรามีพฤติกรรมการยืน เดิน นอน หรือนั่งทำงานไม่ถูกต้อง รวมถึงการยกของหนักด้วยท่าที่ไม่เหมาะสม มักจะก่อให้เกิดอาการปวดเมื่อยจากท่าทางต่างๆเหล่านี้ และหากปล่อยไว้นานจนก่อให้เกิดการสะสมความผิดปกติให้ร่างกาย ทำให้เกิดโรคในที่สุด โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูกสันหลัง อย่างเช่นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ดังนั้นหากเรามีการปรับอิริยาบถท่าทางต่างๆให้ถูกต้อง ก็จะมีส่วนช่วยให้เราห่างไกลโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้ วันนี้เราจึงมีบทความดีๆ อย่าง การปรับท่าทาง..ห่างไกลโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท มาฝากกัน

สาเหตุการเกิดโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

สาเหตุการเกิดโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

เมื่อเกิดการเสื่อมของหมอนรองกระดูก จนทำให้ความยืดหยุ่นลดน้อยลง หากเปลือกนอกมีการฉีกขาด เนื้อเยื่อที่อยู่ข้างใน ก็จะสามารถเคลื่อนที่ออกมากดทับเส้นประสาทที่อยู่รอบข้าง และทำให้เกิดอาการของโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทตามมาได้ โดยอาจเกิดจากสาเหตุ ดังนี้

  • เกิดจากการยกของหนักด้วยท่าทางที่ไม่ถูกต้องบ่อยๆ
  • เกิดจากน้ำหนักตัวที่มากจนเกินไป
  • เกิดจากการนั่งทำงานด้วยอิริยาบถที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน
  • เกิดจากอุบัติเหตุที่ก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บต่อกระดูกสันหลัง

แต่หากมีอาการของโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เกิดที่บริเวณกระดูกสันหลังส่วนคอ จะทำให้มีอาการปวดคอร้าวลงแขน โดยมีสาเหตุจากความเสื่อมของหมอนรองกระดูก และจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็น การเดิน ยืน นั่ง หรือนอน ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดิน ยืน นั่ง นอน หรือยกของหนักด้วยท่าทางที่ถูกต้องเหมาะสม ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้

การปรับท่าทาง..ห่างไกลโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

การปรับท่าทาง..ห่างไกลโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

  • การปรับท่านั่ง
    ให้เลือกเก้าอี้ที่เหมาะสมกับสรีระของเรา โดยสามารถปรับระดับสูงต่ำได้ มีที่พักแขน และมีพนักพิง ท่านั่งที่ถูกต้องนั้นต้องให้ก้นชิดกับพนักพิง เวลานั่งเก้าอี้เข่าจะต้องอยู่ระดับเดียวกับสะโพก หรือต่ำกว่าเล็กน้อย เพื่อลดความตึงส่วนล่าง ไม่ควานั่งก้มตัวหรือเอนตัวไปด้านหลังมากจนเกินไป เท้าวางเต็มเท้ากับพื้นพอดีข้อเท้าไม่ลอยหรือตกจากพื้น ยืดลำตัว อาจใช้หมอนรองดันที่เอว เพื่อให้หลังช่วงล่างแอ่นเล็กน้อย เวลานั่งทำงานใช้คอมพิวเตอร์ ข้อมือจะต้องอยู่ในระดับเดียวกับข้อศอก ควรเลือกเก้าอี้มีที่พักแขนเพราะจะช่วยให้กล้ามเนื้อไม่ต้องทำงานหนักจนมากไป
  • การปรับท่านอน
    การนอนหงายจะทำให้น้ำหนักตัวเรากระจายไปทั้งแผ่นหลัง ไม่เกิดการกดทับ กระดูกสันหลังอยู่ในแนวตรง เวลานอนควรมีหมอนเล็กๆรองที่ใต้เข่า เพื่อให้สะโพกงอเล็กน้อย หมอนหนุนศีรษะต้องหนุนตรงคอ ให้ศีรษะอยู่แนวเดียวกันกับลำตัว การนอนตะแคงกอดหมอนข้างให้ขาล่างเหยียดตรง ขาบนงอก่ายบนหมอนข้าง ไม่ควรนอนคว่ำหรืแนอนคุดคู้ เพราะจะทำให้กระดูกสันหลังเสื่อม แอ่น ทำให้มีอาการปวดหลัง การลุกจากเตียงไม่ควรลุกขึ้นในทันที หรือไม่ควรสปริงตัวขึ้นมาตรงๆ เพราะจะใช้กล้ามเนื้อหลัง และกล้ามเนื้อหน้าท้องมากอาจทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ หากนอนหงายอยู่ให้งอเข่า ตะแคงตัว แล้วใช้ข้อศอกและมือยันตัวขึ้น ในขณะที่ห้อยเท้าทั้ง 2 ข้าง ลงจากเตียง พร้อมดันตัวขึ้นมาในท่านั่งตรงโดยให้เท้าวางราบบนพื้นแล้ว จึงค่อยลุกยืน
  • การปรับท่าเดิน ท่ายืน
    ท่าเดินที่ถูกต้องสาทารถสังเกตโดยง่าย คือ ตอนลงน้ำหนักขาด้านไหน กล้ามเนื้อขาด้านนั้นจะต้องมีการหดตัว ส่วนการยืนที่ถูกวิธี อาจจะต้องฝึกให้มีความคุ้นชิน โดนเริ่มต้นจาก ให้เท้าทั้งสองข้างกางอยู่ในระดับเดียวกันกับสะโพก ส่วนปลายเท้าทั้งสองข้างชี้ไปทางด้านหน้า การลงน้ำหนักให้ลงฝ่าเท้าทั้งสองข้างเท่าๆ กัน โดยน้ำหนักจะลงด้านนอกของฝ่าเท้า และเข่าเอียงไปข้างหน้าเล็กน้อย เพื่อไม่ให้แรงกดไปรวมกันที่หลังและลำตัวยืดตรง หลีกเลี่ยงการยืนในท่าเดียวนานๆ ควรขยับเปลี่ยนท่าบ่อยๆ หรือยืนลงน้ำหนักบนขาข้างใดข้างหนึ่งสลับกัน หรือสลับเท้าวางพักเท้าบนโต๊ะเล็กๆ ที่สูงประมาณ 1 คืบ และหลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าส้นสูงที่สูงมากกว่า 1 นิ้ว
  • การปรับท่ายกของ
    การยกของหนักเกินไปในท่าที่ไม่ถูกต้อง เป็นสาเหตุหลักของอาการปวดหลัง ดังนั้นจึงควรยกของหรือก้มให้ถูกท่า เพื่อลดอาการบาดเจ็บที่จะเกิดกับกระดูกสันหลังส่วนล่าง ในกรณีที่ของวางอยู่ต่ำกว่าระดับสะโพก ควรพยายามให้หลังตรงอยู่ตลอดเวลาขณะที่ยกของ และไม่ควรก้มหลังยกสิ่งของในท่าที่เข่าเหยียดตรงหรือบิดเอี้ยวตัว ควรยืนหลังตรง ขากางออกเล็กน้อย งอเข่า ย่อตัวลงจนกระทั่งมาอยู่ในท่านั่งยอง จากนั้นหยิบสิ่งของที่ต้องการ ถ้าของหนักให้อุ้มของแนบชิดลำตัว และค่อยๆลุกขึ้นด้วยกำลังขาโดยให้หลังตรงอยู่ตลอดเวลา และถ้าต้องถือสิ่งของ 2 ชิ้น ให้ถือข้างละ 1 ชิ้น เพื่อสร้างความสมดุล และไม่ทำให้หลังข้างใดข้างหนึ่งทำงานหนักจนเกินไป

เป็นยังไงกันบ้างคะกับบทความการปรับท่าทาง..ห่างไกลโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ที่เรานำมากฝาก ไม่ยากจนเกินไปใช่ไหม เห็นไหมว่าเพียงแค่เราหันมาใส่ใจในการปรับท่าทางสักนิด ก็จะช่วยลดอาการปวดเมื่อย แถมสร้างบุคคลิกที่ดี แต่สิ่งที่สำคัญคือควรหมั่นออกกำลังกาย และลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ก็จะทำให้เราห่างไกลโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้ แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทอยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทาง BE_Health คลินิกกายภาพบำบัด เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และคอยให้คำปรึกษา

สามารถจองคิวนัดปรึกษาอาการได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/behealthclinic.ayutthaya

หรือเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ : https://www.behealthphysical.com