ปวดต้นคอ ท้ายทอย เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง ? ปวดต้นคอ ท้ายทอย เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง ?

ปวดต้นคอ ท้ายทอย เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง ?

คุณกำลังมีอาการปวดต้นคอ ท้ายทอย รู้สึกคอตึงๆ ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร จะใช่การนอนตกหมอนเมื่อคืนรึป่าว หรือก้มคอทำงานเยอะเกินไป ปัญหาเหล่านี้เชื่อว่าหลายคนเคยมีประสบการณ์กันอย่างแน่นอน วันนี้เราจึงมีบทความมาไขข้อสงสัยว่าปวดต้นคอ ท้ายทอย เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง ? ไปดูกัน

ปวดต้นคอ ท้ายทอย เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?

ปวดต้นคอ ท้ายทอย เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง ?

  • ความเครียด
    อาการปวดต้นคอ ท้ายทอย ถือสัญญาณที่ร่างกายบ่งบอกว่า กำลังเครียดมากๆ โดยร่างกายอาจส่งสัญญาณด้วยอาการปวดบริเวณด้านหลังของศีรษะ และต้นคอ ลามไปปวดบ่า และไหล่ หรือ มีอาการปวดขมับ เบ้าตา หน้าผาก ปวดศีรษะร่วมด้วย เนื่องจากเมื่อเรามีความเครียด หรืออยู่ในสภาวะที่กดดัน กล้ามเนื้อจะเกิดการหดและเกร็งตัว ทำให้เกิดอาการปวดได้ ซึ่งอาการเหล่านี้จะสามารถหายได้เอง เมื่อเรามีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ผ่อนคลายความเครียด หรือจะลองแก้ที่สาเหตุด้วยวิธีคลายเครียดก็ได้เช่นกัน
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ
    การพักผ่อนไม่เพียงพอ การอดนอน หรือการนอนน้อยนั้นสามารถทำให้ร่างกายตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดได้ แม้ว่าเราจะไม่ได้รู้สึกเครียดเลยก็ตาม เพราะการนอนเป็นวิธีที่ทำให้ร่างกายของเราได้พักผ่อน กล้ามเนื้อต่างๆจะคลายตัวในช่วงที่เราหลับ ดังนั้นหากไม่ค่อยได้นอนติดต่อกันหลายวัน หรือนอนน้อยบ่อย ๆ ก็มักจะส่งผลให้มีอาการปวดหัว ปวดต้นคอ ท้ายทอย ปวดกระบอกตาได้ ดังนั้นเราควรรีบเข้านอนพักผ่อนให้เพียงพอ
  • กล้ามเนื้อคออักเสบ
    อาการปวดต้นคอ ท้ายทอย หรือปวดศีรษะด้านหลังนั้นอาจเกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อบริเวณคอได้เช่นกัน โดยสาเหตุอาจเกิดจากการนั่งในท่าที่ไม่เหมาะสม เช่น การนั่งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์เป็นเวลานาน หรือ การนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป หรือนั่งขับรถนาน ๆ ก็อาจทำให้กล้ามเนื้อคออักเสบ ส่งผลให้มีอาการปวดต้นคอท้ายทอยได้ ส่วนการรักษาในเบื้องต้นอาจกินยาพาราเซตามอล เพื่อบรรเทาอาการปวดดูก่อน แต่หากไม่หาย หรือมีอาการปวดหนักกว่าเดิม ควรต้องไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง
  • ภาวะความดันโลหิตสูง
    สำหรับคนที่มีภาวะความดันโลหิตสูง อาจเกิดอาการปวดศีรษะด้านหลัง หรือปวดต้นคอ ท้ายทอยร่วมกันกับอาการปวดศีรษะ มีอาการหน้ามืด ตาพร่ามัว ก้มหน้าแล้วปวดหัว หรืออาจมีอาการหนังตาบวมตึง ปัสสาวะบ่อย ปากเบี้ยว ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัดสำหรับคนที่มีภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลันได้
  • หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
    หากมีอาการปวดต้นคอ ท้ายทอยที่เกี่ยวข้องกับเส้นประสาท ที่เกิดจากภาวะเอ็น ข้อต่อ หรือหมอนรองกระดูกเคลื่อนไปทับเส้นประสาท และอาจทำให้รู้สึกปวดต้นคอ ท้ายทอย ปวดแบบจี๊ด ๆ และชาร้าวมาที่แขน หรือมือได้ และหากมีอาการหนักกว่านั้น อาจส่งผลทำให้แขน ขา อ่อนแรง ยกมือไม่ขึ้น กระดกข้อมือไม่ขึ้นหรือขยับนิ้วไม่ได้อีกด้วย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อม จะมีความเสี่ยงกับสาเหตุเหล่านี้มากขึ้น ซึ่งคนที่มีอาการปวดต้นคอท้ายทอยจากภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทควรปรึกษาแพทย์ เพื่อหาสาเหตุของการอักเสบที่แน่ชัด
  • เส้นประสาทคออักเสบ
    เส้นประสาทคออักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาทิเช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวานก็อาจมีภาวะเส้นประสาทเสื่อม หรือเกิดการอักเสบได้ง่าย รวมถึงอิริยาบถในการนอนที่ไม่เหมาะสม เช่น การนอนตกหมอน หรือการนอนผิดท่า ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อเอ็น เส้นประสาทคออักเสบได้เช่นเดียวกัน โดยเราจะรู้สึกมีอาการปวดต้นคอ ท้ายทอย
  • รูมาตอยด์
    ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์ หรือโรคข้ออักเสบ อาจพบอาการปวดต้นคอ ท้ายทอยได้เช่นกัน โดยอาการโรคจะสามารถสังเกตเห็นได้ชัดจากความผิดปกติเกี่ยวกับไขข้อส่วนใหญ่จะมีอาการอ่อนเพลีย ปวดตามข้อต่าง ๆ ในร่างกายอาจมีอาการฝืดขัดจากเนื้อเยื่อบุข้อหนาตัวซึ่งมักจะมีอาการในตอนเช้า นอกจากนี้ยังอาจมีไข้ เบื่ออาหาร และน้ำหนักลดร่วมด้วย บางรายที่รุนแรง อาการที่แสดงออกในระบบการทำงานอื่นๆของร่างกาย เช่น ตา และปอด หรือมีตุ่มขึ้นตามตัวได้ การรักษาโดยส่วนใหญ่จะเป็นการใช้ยา เพื่อควบคุมอาการ หรือการยับยั้งไม่ให้ข้อถูกทำลายมากขึ้น
อาการปวดต้นคอ ท้ายทอย สามารถรักษาได้ โดยวิธีต่างๆเหล่านี้

อาการปวดต้นคอ ท้ายทอย สามารถรักษาได้ โดยวิธีต่างๆเหล่านี้

  • รับประทานยาพาราเซตามอล เพื่อบรรเทาอาการปวดต้นคอ ท้ายทอย
  • รับประทานยาแก้อักเสบ ในกรณีที่ตรวจพบอาการอักเสบของกล้ามเนื้อ ข้อต่อ หรือเส้นประสาท
  • ประคบร้อน บริเวณกล้ามเนื้อที่มีอาการปวดต้นคอท้ายทอย
  • ทำกายภาพบำบัด โดยควรให้ปรึกษานักกายภาพบำบัด หรือแพทย์เพื่อวินิจฉัยและแนะนำ เพราะสภาพอาการปวดต้นคอท้ายทอยของแต่ละคน อาจไม่เหมือนกัน
  • รักษาด้วยเครื่องบำบัดอาการปวด ด้วยความร้อนลึก อาทิเช่น เครื่อง Ultrasound หรือ Shortwave Diathermy
  • การดึงคอ ซึ่งควรต้องทำโดยแพทย์ หรือนักกายภาพบำบัด

รู้หรือไม่ปวดต้นคอท้ายทอยสามารถป้องกันได้

เราสามารถป้องกันอาการปวดต้นคอ ท้ายทอยได้ ดังนี้

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน โดยไม่นอนหมอนสูงหรือต่ำจนเกินไป
  • ปรับอิริยาบถให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการนั่ง ยืน หรือนอน
  • หลีกเลี่ยงการก้มหน้า หรือเงยหน้า เป็นเวลานาน ๆ
  • ไม่เกร็งคออยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานานจนเกินไป
  • ควรยืดเหยียดกล้ามเนื้อเสมอ เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อตึง ปวด
  • ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรอดนอน เพื่อให้ร่างกายเกิดภาวะเครียด
  • ดูแลสุขภาพให้ดี เพื่อป้องกันการเกิดโรคที่อาจส่งผลให้มีอาการปวดต้นคอ ท้ายทอยได้

อาการปวดต้นคอท้ายทอย หากเป็นอาการในระดับที่ไม่รุนแรงก็สามารถหายได้ง่าย แต่หากมีอาการรุนแรงหรือปล่อยไว้จนเรื้อรัง ก็อาจจะมีความเสี่ยงต่อโรคและส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ ดังนั้นถ้าคุณรู้ตัวว่าเริ่มมีอาการ

สามารถจองคิวนัดปรึกษาอาการได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/behealthclinic.ayutthaya

หรือเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ : https://www.behealthphysical.com