ภาวะไหล่ติดคือะไร
เป็นภาวะการอักเสบ บวมและหนาตัวของเยื่อหุ้มข้อไหล่และเส้นเอ็นบริเวณรอบหัวไหล่ ทำให้การเคลื่อนไหวของข้อไหล่ขยับได้น้อยลงหรือไม่สามารถขยับได้เลย มักเกิดจากการทำงานและกิจกรรมที่เคลื่อนไหวซ้ำ ๆ จนก่อให้เกิดการเสียดสีและการอักเสบ
พฤติกรรมและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะไหล่ติด
- การประสบอุบัติเหตุบริเวณหัวไหล่ ที่ทำให้เกิดการกระแทกของข้อไหล่ กระดูกข้อไหล่หัก เส้นเอ็นบริเวณข้อไหล่ฉีกขาด
- การเกร็งตัวของกล้ามเนื้อหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากโรคประจำตัวอย่าง โรคเบาหวาน ไทรอยด์ โรคหลอดเลือดสมองแตกหรือตีบ หรือโรคพาร์กินสัน ทำให้เกิดการยึดติดของข้อไหล่
- การไม่ได้ขยับหรือเคลื่อนไหวข้อไหล่เป็นเวลานาน
- การอักเสบของกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นโดยรอบข้อไหล่
- เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายในท่าที่ต้องใช้แขนซ้ำ ๆ
ภาวะไหล่ติดมีอาการอย่างไรบ้าง
อาการที่เกิดทุกทิศทางการเคลื่อนไหวหัวไหล่ทำให้องศาการเคลื่อนไหวน้อยลง ปวดและเกร็งกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ ไม่สามารถขยับหรือยกแขนได้มากนัก ซึ่งผู้ที่มีภาวะไหล่ติดจะแสดงอาการต่างกันขึ้นอยู่กับระยะทั้ง 3 ระยะ ดังนี้
ระยะที่ 1 ระยะเจ็บปวด (Freezing phase)
อาการเจ็บปวดรุนแรงบริเวณหัวไหล่เกิดขึ้นได้แม้ไม่ได้ทำกิจกรรม โดยอาการเจ็บปวดจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหว มีการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อทำให้การเคลื่อนไหวของข้อไหล่ลดลง
ระยะที่ 2 ระยะข้อไหล่ติด (Frozen phase)
ระยะนี้จะค่อย ๆ มีอาการเจ็บปวดลดลง แต่จะมีปัญหาข้อไหล่ที่เกิดการติดมากขึ้น ทำให้การเคลื่อนไหวของข้อไหล่ลดลง รู้สึกตึงกล้ามเนื้อบริเวณรอบหัวไหล่จนถึงคอ บางครั้งอาจปวดจี๊ดเวลาเคลื่อนไหว
ระยะที่ 3 ระยะฟื้นคืนตัว หรือคลายตัว (Thawing phase)
อาการเจ็บปวดลดลงจนถึงไม่มีอาการปวด การเคลื่อนไหวของข้อไหล่ลดลง แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้น จนกลับมาเคลื่อนไหวข้อไหล่ได้เป็นปกติในช่วง 1 ถึง 2 ปี หรือมากกว่านั้น
แนวทางการรักษาภาวะไหล่ติด
-
ทานยาแก้ปวดและยาลดการอักเสบ
สำหรับผู้ที่มีภาวะระยะที่ 1 แพทย์จะให้ยาไปกินเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด โดยทั่วไปจะยังไม่ให้นวดหรือกายภาพบำบัด เนื่องจากจะทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น ฉีดยาลดการอักเสบประเภทสเตียรอยด์
แพทย์จะทำการฉีดยากลุ่มสเตียรอยด์เข้าไปในข้อไหล่ เพื่อลดอาการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อไหล่ ซึ่งเป็นช่วยให้การกายภาพบำบัดหัวไหล่มีประสิทธิภาพมากขึ้น กายภาพบำบัดดัดหัวไหล่
ผู้ที่มีภาวะระยะที่ 2 และ 3 แพทย์แนะนำให้รักษาด้วยการกายภาพบำบัดดัดหัวไหล่ได้ อาจจะรักษาด้วยความร้อนตื้นหรือความร้อนลึก โดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูงหรือคลื่นเหนือแสง เพื่อให้เยื่อหุ้มข้อไหล่ที่บวมหนาและแข็งตัวอยู่ มีความยืดหยุ่นขึ้น ลดอาการเจ็บปวด -
การออกกำลังกายหรือทำกายบริหารหัวไหล่
การออกกำลังกายหรือทำกายบริหารด้วยวิธีที่ถูกต้องอย่างเป็นประจำ ด้วยการเพิ่มการขยับบริเวณหัวไหล่ ป้องกันการเกิดภาวะไหล่ติดมากกว่าเดิมจากการไม่ได้เคลื่อนไหวข้อไหล่เป็นเวลานาน และช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดของภาวะไหล่ติดได้ การผ่าตัดส่องกล้อง
ทางเลือกสุดท้ายในการรักษาภาวะไหล่ติดที่แพทย์จะเลือกรักษา หากมีอาการรุนแรงและรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ประสบผลสำเร็จ โดยการตัดเยื่อหุ้มข้อไหล่ที่หนาและแข็งตัวออก ช่วยให้ข้อไหล่สามารถเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น
6 ท่ากายบริหารแก้อาการไหล่ติด
- ท่าที่ 1 นอนหงายแล้วดันแขนข้างที่มีอาการ ขึ้นเหนือหัวพร้อมกับใช้มืออีกข้างช่วยดันบริเวณข้อศอกขึ้นด้านบน ทำวันละ 3 เซต เซตละ 5-10 ครั้ง
- ท่าที่ 2 ยืนยืดกล้ามเนื้อแขน ด้วยการดันแขนข้างที่มีอาการเข้าด้านในฝั่งตรงข้าม โดยใช้มืออีกข้างช่วยดันข้อศอกให้ชิดหน้าอก ทำวันละ 3 เซต เซตละ 5-10 ครั้ง
- ท่าที่ 3 นั่งหรือยืนประสานมือทั้งสองไว้ที่ท้ายทอย ขยับหัวไหล่ให้ข้อศอกขยับมาด้านหน้า และแบะออกด้านข้างสลับกัน ทำวันละ 3 เซต เซตละ 5-10 ครั้ง
- ท่าที่ 4 กางแขนทั้งสองข้างออกขนาดกับพื้น ยกแขนขึ้นโดยให้ต้นแขนชิดหู ทำวันละ 3 เซต เซตละ 5-10 ครั้ง
- ท่าที่ 5 ยืนก้มลงเล็กน้อย สามารถใช้มืออีกข้างจับโต๊ะหรือเก้าอี้ช่วยพยุงตัวไว้ได้ แกว่งแขนเป็นวงกลมตั้งฉากกับพื้น ตามเข็มและทวนเข็มนาฬิกา ทำวันละ 3 เซต เซตละ 5-10 ครั้ง ครั้งละ 2 นาที
- ท่าที่ 6 ยืนหันหน้าเข้าหากำแพงโดยเว้นระยะห่าง 1 ช่วงแขน ใช้นิ้วไล่แตะกำแพงขึ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อรู้สึกตึงบริเวณหัวไหล่ให้ค้างไว้ 10 วินาที แล้วค่อย ๆ ไต่เอามือลง ทำวันละ 5-10 ครั้ง
ในช่วงเริ่มต้นภาวะไหล่ติดสามารถรักษาได้ด้วยการทำกายภาพบำบัดและการทำกายบริหารหัวไหล่อย่างเป็นประจำ ซึ่งระยะเวลาการรักษาให้หายขึ้นอยู่กับตัวผู้ป่วย สำหรับใครที่ต้องการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะไหล่ติดรุนแรงจนกระทบชีวิตประจำวัน