อาการปวดหลัง .. มีกี่แบบ?
อาการปวดหลัง สามารถแบ่งได้เป็น 3 แบบ ตามระยะเวลา ดังนี้
- ปวดแบบเฉียบพลัน คือ มีอาการปวดอย่างต่อเนื่อง น้อยกว่า 6 สัปดาห์
- ปวดแบบกึ่งเฉียบพลัน คือ มีอาการปวดหลังอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 6-12 สัปดาห์
- ปวดแบบเรื้อรัง คือ มีอาการปวดหลังอย่างต่อเนื่องนานกว่า ประมาณ 12 สัปดาห์
สาเหตุของอาการปวดหลัง
อาการปวดหลังเป็นอาการที่พบได้บ่อย เช่นเดียวกับอาการปวดหัว สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย และสามารถพบมากวัยทำงาน จากการนั่งทำงานติดโต๊ะโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถนั่นเอง ทั้งนี้หากมีอาการปวดหลังมากอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันด้วย สาเหตุโดยทั่วไปที่จะทำให้เกิดอาการปวดหลัง นั่นคือ มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การนั่งมากทำงานเป็นเวลานานเกินไป การยกของหนัก หรือการออกกำลังกายมากเกินไป ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นจะเป็นลักษณะของการปวดเมื่อย รู้สึกกล้ามเนื้อตึงเท่านั้น แต่เมื่อใดที่มีอาการปวดหลังร้าวไปลงที่ขา อาจเกิดได้จากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
เช็คอาการปวดหลัง สัญญาณบอกโรคอะไร ?
-
เมื่อไอหรือจามแล้วมีอาการปวดหลังร้าวลงไปที่ขา
โดยส่วนใหญ่อาการปวดหลัง มักมีสาเหตุมาจากการก้มๆเงยๆ การยกของหนัก การนั่งทำงานอยู่ในท่านั่งเดิมนานๆ และไม่ค่อยเปลี่ยนอิริยาบถ รวมถึงความเสื่อมตามธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นอาการของโรคออฟฟิศซินโดรม แต่หากปล่อยไว้นานอาจเป็นอาการที่บ่งบอกถึงโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ที่เกิดจากการที่หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นออกมา และไปกดทับเส้นประสาทไขสันหลังหรือรากประสาท ทำให้มีอาการปวดหลังอย่างรุนแรง ปวดมากจนไม่สามารถขยับตัวได้ โดยการปวดหลังที่เกิดจากจากโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมักจะมีอาการอื่นร่วมด้วย อาทิเช่น ปวดเมื่อไอ จาม หรือเบ่งถ่ายขณะเข้าห้องน้ำ จะรู้สึกชา หากมีการแอ่นหลังหรือก้มหลัง จะรู้สึกปวดร้าวลงขามากขึ้น โดยมีอาการปวดหลังร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้าง -
ปวดหลังบริเวณกว้างและมีอาการปวดตึงแบบเฉียบพลัน
เกิดจากการที่กล้ามเนื้อหลังถูกใช้งานหนักมากจนเกินไป หรือเกิดอุบัติเหตุโดนกระแทกที่หลังโดยตรง จนทำให้กล้ามเนื้อหลังเกิดการอักเสบแบบเฉียบพลันทันที โดยโรคนี้ไม่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างของกระดูกสันหลังโดยตรง แต่เกิดจากกล้ามเนื้อหลัง ซึ่งอาการกล้ามเนื้อหลังอักเสบเฉียบพลัน จะมีอาการคล้ายกับหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท แต่จะไม่มีอาการปวดร้าวลงมาที่ขา อาการที่พบบ่อยก็คือ จะมีอาการปวดเกร็งหลัง จนต้องแอ่นหลังตลอดเวลา และกล้ามเนื้อหลังหดเกร็งเป็นลำชัดเจน -
มีอาการปวดหลังเหนือบั้นเอว ทั้ง 2 ข้าง
เกิดจากความผิดปกติภายใน อย่างเช่น โรคไต โรคนิ่วในถุงน้ำดี หรือถุงน้ำในไต ที่ส่งผลให้ไตทำงานได้น้อยลงก่อให้เกิดเสียต่อร่างกาย และทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง ไตติดเชื้อ ไตวายเรื้อรัง ไปจนถึงขั้นไตหยุดการทำงานถาวร นอกจากนี้โรคกระเพาะ ลำไส้ มดลูก ปีกมดลูก รังไข่ ก็ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังบริเวณนี้เช่นเดียวกัน แต่โรคต่างๆเหล่านี้มักจะมีอาการปวดท้องควบคู่ไปด้วย -
ปวดหลังและมีไข้ แบบไม่ทราบสาเหตุ
อาการปวดหลังและมีไข้แบบไม่ทราบสาเหตุนั้น อาจมีอาการร่างกายซีด และอ่อนเพลีย ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อบางอย่าง เช่น แบคทีเรีย หรือวัณโรคกระดูกสันหลัง ซึ่งวัณโรคกระดูกสันหลังนั้นเกิดจากเชื้อวัณโรค ชนิดเดียวกันกับที่ทำให้เป็นวัณโรคปอด หรือต่อมน้ำเหลือง แพร่กระจายไปที่กระดูกทางระบบท่อน้ำเหลือง หรือหลอดเลือดดำ โดยเฉพาะบริเวณกระดูกสันหลัง และเข้าสู่ส่วนหน้าของกระดูกสันหลัง ในส่วนที่ติดกับหมอนรองกระดูกสันหลัง แล้วเข้าไปทำลายกระดูกและหมอนรองกระดูก เมื่อกระดูกสันหลังถูกทำลายก็จะส่งผลทำให้กระดูกยุบตัว หลังโก่งงอ มีหนอง มีเศษกระดูกหรือหมอนรองกระดูกเลื่อน และเมื่อเข้าสู่ช่องไขสันหลัง จะเกิดการกดทับเส้นประสาทที่ไขสันหลัง จนทำให้เกิดการเป็นอัมพาตที่ขา แต่กรณีที่เป็นวัณโรคที่กระดูก และเกิดมีพยาธิสภาพเช่นเดียวกัน ก็จะให้เกิดเป็นอัมพาตที่แขนได้ หากมีอาการปวดแบบนี้ แนะนำให้รีบพบแพทย์จะดีที่สุด เพื่อตรวจหาสาเหตุและทำการรักษาโรคอย่างถูกต้องต่อไป
หลายคนคงเคยมีอาการปวดหลัง จนคิดว่าอาการปวดหลังนั้นเป็นเรื่องปกติที่ใครๆก็เป็นกันได้ และสามารถหายเองได้ ด้วยการหายาแก้ปวดมารับประทาน เพื่อบรรเทาให้อาการปวดหลังนั้นดีขึ้น แต่หากมีอาการปวดหลังแบบเรื้อรัง หรือปวดรุนแรง มีอาการปวดหลังร้าวลงไปที่ขาหรือเท้า มีอาการแสบร้อนหรือยืนหรือเดินไม่ได้ อาการต่างๆเหล่านี้ไม่ใช่แค่อาการปวดหลังแบบธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติของร่างกาย หรือเป็นสัญญาณบอกโรคต่าง ๆ ดังนั้นหากมีอาการปวดหลังรุนแรงจึงจำเป็นต้องรีบพบแพทย์ เพื่อทำการวินิจฉัย และรักษาอย่างถูกต้อง